4 พิพิธภัณฑ์ของกิน ที่น่าท่องเที่ยวในเกาหลี จำต้องลอง!!

ทัวร์เกาหลี ใครที่เป็นสายอาหารเกาหลีหรือชอบใจรสชาติของกินเกาหลีแล้วละก็ คุณจะต้องรู้จักประวัติความเป็นมาของอาหารของเกาหลีด้วย วันนี้เราจึงจะพาคุณมารู้จะสถานที่เที่ยวในประเทศเกาหลีที่เป็นพิพิธภัณฑ์อาหาร ซึ่งพิพิธภัณฑ์อาหารในประเทศเกาหลีนั้นก็จะมีนานาประการอย่าง ที่จะบ่งบอกประวัติความเป็นมาของอาหารแต่ละจำพวกว่าเป็นยังไง พวกเรามาดูกันเลยว่ามีพิพิธภัณฑสถานอาหารอะไรในประเทศเกาหลี ตามมาเลยจ้า

1. พิพิธภัณฑ์กิมจิ
Museum Kimchikan
เป็นพิพิธภัณฑสถานที่แสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของกิมจิ ไม่ว่าจะเป็นภาชนะเครื่องครัวแบบดั้งเดิม วัตถุดิบที่ใช้สำหรับเพื่อการทำกิมจิแบบสมัยเก่าจนถึงปัจจุบันนี้ หรือวิชาความรู้ที่เกี่ยวกับการดองกิมจิว่าควรจะทำเช่นไร แม้กระทั่งความแตกต่างของกินสิ่งในแต่ละฤดูหรือภูมิภาคก็จะแตกต่างกัน ซึ่งกิมจินั้นเป็นอาหารประจำชาติของประเทศเกาหลีตั้งแต่ในยุคก่อนจนถึงปัจจุบันนี้ และก็เป็นของกินที่ทุกคนก็รู้จักกันอย่างดีเยี่ยม
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-18:00 น.
วันปิดทำการ : วันจันทร์
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่อายุ 17 ปีขึ้นไป 5,000 วอน / กลุ่ม 4,000 วอน
เด็กแล้วก็วัยรุ่นอายุ 8-17 ปี 3,000 วอน / กรุ๊ป 2,000 วอน
เด็กอายุ 6 ปี 2,000 วอน / กลุ่ม 1,000 วอน (เด็กแรกคลอดแล้วก็คนชราเข้าชมฟรี)

2. พิพิธภัณฑสถานแป้งต๊อก
Tteok Museum
เป็นพิพิธภัณฑสถานที่จัดแสดงนิทรรศการเครื่องครัวเก่าสไตล์ประเทศเกาหลีที่หาได้ยากเป็นอันมาก ซึ่งทางพิพิธภัณฑสถานจะดำเนินกิจกรรมให้คนที่พอใจได้เข้าร่วม ทำให้มีประสบการณ์ในการทำครัวซึ่งจะแบ่งเป็นโปรแกรมต่างๆทางข้าราชการก็จะให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องไม้เครื่องมือทําแป้งต๊อกและก็อุปกรณ์สำหรับการทำแต่ว่าในละช่วง รวมทั้งจะให้คุณทำแป้งต๊อกขึ้นมาด้วยฝีมือของตนเอง ถ้าคุณมาที่นี่แล้วนอกเหนือจากที่จะได้ความรู้เรื่องรู้ราวเป็นไปมา ก็ยังได้เห็นหน้าตาของแป้งต๊อกในแต่ละสมัยแต่ละสมัยอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-18:00 น.
วันปิดทำ : วันปีใหม่เกาหลีและก็วันชูซอก
ค่าเข้าชม : ตั๋วส่วนบุคคล-คนแก่ 3,000 วอน / เด็กนักเรียน 2,000 วอน
ตั๋วกรุ๊ป-คนแก่ 2,000 วอน / ผู้เรียน 1,000 วอน
กลุ่มควรจะมีปริมาณ ทัวร์เกาหลี 20 ขึ้นไป และก็ถ้าสำรองชื่อออนไลน์ล่วงหน้า ฟรีค่าไกด์แนะนำ

3. พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลต
Chocolate Museum
คุณทราบหรือไม่ว่าพิพิธภัณฑสถานช็อกโกแลตที่ประเทศเกาหลีแห่งนี้มีขนาดใหญ่เป็นที่ 2 ของโลกด้วยนะ ภายในนั้นก็มีการจัดแสดงรวมทั้งที่มาที่ไปของช็อกโกแลต จะมีห้องกระจกที่ราวกับเป็นโรงงานผลิตช็อกโกแลต ทำให้ท่านได้เห็นถึงขั้นตอนสำหรับเพื่อการผลิตช็อกโกแลตกันอย่างชัดเจน ช็อกโกแลตที่ผลิตขึ้นมานั้น ก็ได้ถูกไปจัดแสดงแล้วก็มีวางจำหน่ายให้กับนักเดินทางได้ลองกันอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-18:00 น.
ค่าเข้าชม : คนแก่อยู่ที่ 4,000 วอน (เด็กและคนแก่ 65 ปีขึ้นไปฟรี)

4. พิพิธภัณฑ์สุราเกาหลีแบบดั้งเดิม
Jeonju Korean Traditional Wine Museum
พิพิธภัณฑสถานกระบวนการทำธุระแบบดั้งเดิมของพวกเราหลีที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน หมู่บ้านช็อนจูฮันอกในยังเมืองช็อนจู ในจังหวัดช็อลลาเหนือ ของประเทศเกาหลีใต้ พิพิธภัณฑสถานที่นี้ได้ชี้แจงถึงกับขนาดตอนกระบวนการทำเหล้าแบบเริ่มแรก เที่ยวเกาหลี หัวข้อการจัดแจงวัตถุดิบ การนำเครื่องมือในการใช้ทำเหล้า นอกเหนือจากนี้พิพิธภัณฑ์ก็ยังเปิดโอกาสให้นักเดินทางได้มีส่วนร่วมสำหรับเพื่อการมีทำเหล้าแบบดั้งเดิมอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 09:00-18:00 น.
วันปิดทำ : วันจันทร์
ค่าเข้าชม : ฟรี (มีค่าใช้จ่ายสำหรับการร่วมกิจกรรมตามโปรแกรม)

ดีต่อจิตใจ ใครๆก็ชอบ กับสถานที่เที่ยวในประเทศญี่ปุ่น!! ยืนยันฟินแน่ๆ!

ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก ถ้าหากนึกถึงการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น พวกเราจะคิดถึงความมากมายหลายอีกทั้งในเรื่องของสถานที่เที่ยว ความสวยงามทางธรรมชาติ และก็ของกิน อีกครั้งที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ซึ่งในแต่ละเดือนในแต่ละฤดูที่เที่ยวนั้นก็มีความงดงามที่แตกต่างกันแล้วก็ตื่นตาตื่นใจแตกต่างมากมายก่ายกอง น่าไว้วางใจเลยว่าประเทศญี่ปุ่นจำต้องกลายเป็นประเทศสุดโปรดของคนอีกจำนวนไม่น้อยเป็นแน่แท้ วันนี้จึงอยากจะมาบอกพิกัดการท่องเที่ยวในประเทศประเทศญี่ปุ่น ที่พักเลยว่าคุณจำเป็นที่จะต้องชอบมากแน่นอน!
1. โตเกียวดิสนี่ย์แลนด์ รวมทั้งดิสนี่ย์ซี
Tokyo Disneyland & Tokyo Disneysea
เป็นสวนสนุกขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเมืองโตเกียว เที่ยวญี่ปุ่น เป็นอีกทั้งสถานที่เด็กมาท่องเที่ยวกับครอบครัวในวันหยุด แล้วก็เป็นที่ท่องเที่ยวสำหรับผู้ใหญ่หลายท่านที่ประทับใจดิสนีย์ ในสวนสนุกนั้นจะตกแต่งด้วยธีมดิสนีย์ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังหรือเครื่องเล่นรวมถึงจุดถ่ายภาพ ทั้งยังเป็นที่ชื่นชอบสำหรับเพื่อการจับจ่ายซื้อของฝากเป็นของของที่ระลึก อีกทั้งสวนสนุกนี้ยังมีขบวนพาเหรดที่เลิศที่พักเลยว่าคุณต้องตื่นตาตื่นใจ และรู้สึกอยากจะมาเที่ยวอีกอย่างแน่แท้
2. ซานริโอ พูโรแลนด์
Sanrio Puroland
เป็นสวนสนุกที่อยู่ในร่มขนาดใหญ่สามารถมาเที่ยวได้ทุกฤดูไม่ว่าจะฝนตกแดดออกหรือหิมะตกก็ตาม แม้ว่าพูโรแลนด์จะเป็นสวนสนุกขนาดเล็ก แต่ที่นี่ก็แปรไปด้วยประสิทธิภาพเนื่องจากว่าด้านในนั้นจะมีอีกทั้งเครื่องเล่นและห้องอาหารแล้วก็ร้านขายของของที่ระลึกมาก อีกทั้งจะมีสินค้าบางอย่างที่สามารถซื้อได้แค่ตรงนี้แค่นั้น
3. วัดอาซากุสะ หรือ วัดเซนโซจิ
Sensoji ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก Temple
เป็นที่จะพลาดไม่ได้เด็ดขาดหากว่ามาท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น เพราะเป็นจุดหลักของเมืองโตเกียว ที่วัดแห่งนี้จะมีจุดเด่นอยู่ตรงที่ประทีปสีแดงอันใหญ่ยักษ์ที่ตั้งอยู่ที่วัดอาซากุสะ จำนวนมากที่มาที่นี่ก็นิยมมาไหว้พระขอพรกัน ยิ่งถ้าเกิดเป็นในตอนวันขึ้นปีใหม่ด้วยแล้วพวกเราก็จะได้รับความนิยมกันมากเป็นพิเศษ รอบๆข้างหน้าของสงฆ์นั้นยังมีถนนนากามิเสะที่เต็มไปด้วยร้านขายของเยอะมากรวมทั้งร้านอาหารที่มีอาหารอร่อยๆใครกันแน่มาท่องเที่ยวตรงนี้ก็อย่าลืมมาไหว้พระขอพรแล้วก็อย่าลืมพัดควันธูปในกระถางยักษ์เข้าพบตัวเอง เนื่องจากว่าเขามีความเห็นกันว่าจะมีผลให้โชคดีและไม่มีโชคร้ายนั่นเอง
4. วังมัตสึโมโต้
Matsumoto Castle
ปราสาทที่ดั้งเดิมแต่ยังมีภาวะที่สมบูรณ์ วังที่นี้สะดุดตาไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นแท้ๆที่สร้างด้วยไม้ทั้งปวง และก็ย้ำโทนสีขาวสีดำจนได้รับขนานนามว่าเป็นประสาทอีกา รวมทั้งที่สำคัญวังแห่งนี้ยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีรวมทั้งจุดดูดอกซากุระที่นิยมอีกด้วย ถ้าผู้ใดแวะมาเที่ยวที่เมืองมัตสึโมโต้ก็อย่าลืมมาเที่ยวพระราชวังมัตสึโมโต้แห่งนี้ด้วยละ
5. มาเทอร์ฟาร์ม
Mother Farm
ตั้งอยู่ในจังหวัดชิบะอยู่ใกล้ๆกับโตเกียวคุณสามารถมาเที่ยวแบบเช้าตรู่ไปเย็นกลับได้ ฟาร์มที่นี้เด่นด้วยการเป็นสวนสัตว์แบบเปิดที่จะมี อาปาก้า แพะ แกะ และสัตว์ชนิดอื่นๆให้คุณถ่ายภาพเล่นอย่างใกล้ชิดหรือป้อนของกินก็ได้ ตอนนี้ก็ยังมีทุ่งดอกไม้แล้วก็ส่งผลไม้ที่สามารถให้เก็บตามฤดูกาลได้อีกด้วย

6 ของกินที่ต้องทดลองให้ได้ เมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่น!!

ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก คนไหนกันแน่ที่กำลังคิดอยากจะท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นอยู่ วันนี้พวกเรามีเมนูอาหารที่ต้องไปลองเมื่อไปถึงญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าอาหารประเทศญี่ปุ่นจะมีอยู่ทุกแห่งในไทย ทัวร์ญี่ปุ่น แต่ในความเป็นรสชาติประเทศญี่ปุ่นแท้ๆนั้นจำเป็นจะต้องไปกินถึงญี่ปุ่นถึงจะได้สัมผัสถึงความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆพวกเรามาดูกันเลยว่ามีอาหารอะไรบ้างที่ถ้ามาแล้วจำต้องรับประทานให้ได้!! ไม่อย่างนั้นราวกับคุณมาไม่ถึงญี่ปุ่นอย่างไม่ต้องสงสัย!
1. เที่ยวญี่ปุ่น โอนิกิริ
Onigiri
เป็นข้าวปั้นที่ปุ่มด้วยลดอ่อนๆแล้วใส่ไส้ด้านในด้วยรสชาติต่างๆอย่างเช่น บ๋วย แซลมอน ไข่ปลา แล้วข้างนอกของข้าวปั้นนั้นก็จะถูกหุ้มห่อด้วยสาหร่ายโนริ ซึ่งรสที่เราอยากจะแนะนำเลยก็คือรถยนต์ทูน่ามายองเนสที่เป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยม การหาซื้อข้าวปั้นโอนิกิรินั้นสามารถทานได้ตามร้านค้าสบายซื้อ
2. มทซึที่นาเบะ
Tsunabe
เป็นของกินยอดฮิตที่นำเอาเครื่องในหมูหรือเนื้อมาต้มในหม้อที่เต็มไปด้วยผักชนิดต่างๆซึ่งคุณสามารถนำส่วนประกอบอื่นๆลงไปต้มด้วยกันได้ หากจะรับประทานอาหารชนิดนี้ส่วนใหญ่เขาจะนิยมไปเปลืองที่จังหวัด Fukuoka เพราะฯลฯตำรับของมทซึท้องนาเบะนั่นเอง
3. จังโกะที่นาเบะ
Janko Nabe
เป็นของกินที่นำเนื้อรวมทั้งผักเอามาต้มรวมกันในหม้อขนาดใหญ่ ของกินประเภทนี้จะเป็นที่ชื่นชอบสำหรับนักซูโม่ที่อยากได้ฟิตร่างกายให้ใหญ่และแข็งแรงอยู่เสมอเวลา ถ้าคุณเป็นคนรับประทานน้อยก็น่าจะพาเพื่อนไปกินด้วย แต่ว่าหากว่าคุณเป็นคนกินมากมายอยู่แล้วยืนยันเลยว่าจุกอกจุกดวงใจอย่างไม่ต้องสงสัย
4. กิวด้ง(ข้าวหน้าเนื้อ)
Gyudon
เป็นของกินที่เอาเนื้อไปโปะไว้บนข้าว คำว่ากิวด้งหมายถึงข้าวหน้าเนื้อใส่ถ้วยชาม ก็จะคล้ายข้าวราดแกงของบ้านพวกเรา แม้กระนั้นในญี่ปุ่นนั้นบางทีก็อาจจะต่างจากประเทศอื่นหน่อยเดียว เช่น คุณภาพของข้าวที่แตกต่างกัน ถ้าหากคนใดจะกินขอแนะนำให้ทดลองตีไข่ดิบใส่บนเนื้ออีก รับรองเลยว่ารสจะเอาขึ้นมามากเป็นเท่าตัว
5. กิวทังยากิ(ลิ้นวัวปิ้ง)
Gyutangyaki
การทานอาหารประเภทนี้จะต้องทานได้เฉพาะร้านสำหรับลิ้นวัวเพียงแค่นั้น ซึ่งลิ้นวัวบางครั้งอาจจะถูกเตรียมพร้อมเพื่อให้เนื้อนุ่มเป็นพิเศษ แล้วจะถูกเสิร์ฟพร้อมด้วยข้าวหุงอาหารข้าวบาร์เลย์และก็ซุปหางโค แม้กระนั้นส่วนมากแล้วจะเสิร์ฟพร้อมทั้งโทโรโระหรือมันเทือกเขารวมทั้งผักดองชนิดต่างๆบอกแล้วว่ารสมีนวลนั้นหอมอร่อยและนุ่มลิ้นมากมายอย่างยิ่งจริงๆ
6. ชาบูชาบู
Shabu Shabu
ชาบูชาบูก็คือหม้อไฟที่นำผักและก็เนื้อสัตว์ต่างๆลงไปต้มในน้ำซุปที่ทำจากสาหร่ายคอมบุหรือจากจำพวกอื่น น้ำจิ้มชาบูทั่วไปที่จะได้รับความนิยมเลยก็คือซอสที่เป็นซอสเปรี้ยวแล้วก็ซอสงา สำหรับเพื่อการกินนั้นจำเป็นต้องนำพื้นที่หั่นบางๆจุ่มน้ำซุปร้อนๆเพื่อให้สุดและก็ตักขึ้นทาน แนะนำว่าให้รับประทานทั้งเนื้อวัวและก็เนื้อหมูเนื่องจากว่ามันเข้ากันได้

ท่องเที่ยวกับทัวร์ 5 วัน 3 คืน บินลัดฟ้าไปประเทศเกาหลี ราคาสบายกระเป๋า!

ทัวร์เกาหลีราคาถูก จุดเริ่มต้นที่ต้องการจะมาท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีนี้ เพราะว่าอยากมาสัมผัสบรรยากาศที่ประเทศเกาหลีดูมองเห็นในซีรีย์น่าไปหลายที่เอามากๆก็เลยต้องการลองมาเห็นด้วยตัวเองสักหนึ่งครั้ง แถมไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเรื่องที่อยู่ภาษาอะไรมากเพราะเหตุว่ามาพร้อมกับทัวร์ก็บันเทิงใจได้เลยละค่ะ เค้าได้เตรียมทั้งหมดทุกอย่างไว้ให้หมดทุกสิ่งทุกอย่างแบบไปอย่างสบายใจได้เลย วันนี้จะมานำเสนอสถานที่ได้ไปในเกาหลี 5 วัน 3 คืนวันนี้ว่ามีที่แห่งใดบ้าง ตามมาดูกันเลยคะ
1. พระราชวังเคียงบกกุง
(Gyeongbokgung Palace)
เป็นวังที่เมื่อมาถึงเกาหลีแล้วมีค่าจะมามากมายเลยจริงๆวังแห่งนี้มีขนาดใหญ่มากมายแถมยังโบราณที่สุดในกรุงโซล ถ้าเกิดกล่าวว่าดั้งเดิมแค่ไหนนั้นจะต้องบอกแล้วว่าราชวังที่นี้ผลิตขึ้นในปี 1394 ในยุคพระผู้เป็นเจ้าแทโจ ราชวงศ์โชซอน ทัวร์เกาหลี แถมตรงนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของประเทศเกาหลี และเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวยอดนิยมที่หากคนใดกันแน่มาโซลก็จะต้องมาที่นี่ให้ได้ ไม่แบบนี้ก็จะนับว่ามาไม่ถึง จำต้องบอกเลยว่าสถาปัตยกรรมของที่นี่ยอดเยี่ยมมีเอกลักษณ์เอามากๆมองเห็นแล้วอดคิดไม่ได้ว่าคิดได้อย่างไรกัน ถึงจะผ่านมาเป็นร้อยกว่าปีก็มีส่วนประกอบที่แข็งแรงดูไม่เก่าลงไปเลย แอบเสียดายที่ไปแล้วมิได้ใส่ชุดโบราญของเกาหลี ถ้าเกิดใส่แล้วภ่ายกับราชสำนักต้องงามมากมายแน่อารมณ์แบบย้อนยุค
2. หมู่บ้านบุกชอนฮันอก
(Bukchon Hanok Village)
หมู่บ้านที่นี้เป็นกลุ่มบ้ายโบราณในยุคโซชอน ที่ยังคงสงวนบ้านเรือนไว้อย่างยอดเยี่ยมมาก เพียงพอมาเดินเที่ยวเล่นที่นี่แล้วก็ทำให้รู้สึกได้บรรยากาศอดีตของตรงนี้ พอเพียงเดินไปเรื่อยๆก็จะเห็นบ้านขุนนางระดังสูงของเกาหลีในสมัยเก่าด้วย แนะนำว่าให้เช่าชุดฮันบกมาใส่เดินเที่ยวเลย เพื่อจะกับบรรยากาศแล้วฟินไปอีกในลัษณะหนึ่ง! คิดแล้วต้องการจะไปอีกเลยละคะ
3. ทัวร์เกาหลี โซล ทาวเวอร์
(N Seoul Tower)
มาถึงที่โซลทาวเวอร์เป็นจุดที่ทำให้พวกเราสามารถมองเห็นกรุงโซลทั่วทั้งเมือง! วิวสวยมากยิ่งเป็นตอนกางคืนก็ยิ่งงามมากมายเลยจริงๆเนื่องจากหอคอยแห่งนี้ถือได้ว่าจุดที่ทิวทัศน์งามที่สุดในทวีปเอเชียเลยละขา แล้วตรงนี้ก็ไม่ได้มีดีแค่ทิวทัศน์สวยเพียงแค่นั้น เพราะเหตุว่ายังเป็นจุดที่คู่สมรสชอบมาท่องเที่ยวกันจำนวนไม่ใช่น้อย เว้นแต่ตรงนี้จะมีชื่อเสียงในด้านทิวทัศน์งามแล้ว ก็ยังเป็นที่รู้จักในด้านการคล้องกุญแจไว้ที่ราวเหล็กเพื่อมีความรักที่ยั่งยืนอีกด้วย คนใดกันที่มีคู่แล้วอยากให้รักจีรังยั่งยืนก็ลองมาตรงนี้มองนะคะ เสียดายพวกเราไม่มีคู่เลยอดที่จะเกี่ยวเลย
4. เกาะนามิ
(Namiseom Island)
ที่สุดแล้วกับเกาะนามิเป็นเกาะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งหนึ่ง ซึ่งสามารถมาท่องเที่ยวได้ทุกฤดูเลย ไม่ว่าจะฝน ร้อน หนาวก็ตาม แต่ว่าฤดูที่น่ามาท่องเที่ยวที่สุดเป็นฤดูใบไม้ผลิค่ะ ด้วยเหตุว่าต้นไม้เยอะมากจะพากันเปลี่ยนสีเ็นสีส้ม สีเหลือง สีแดง บอกเลยว่าเป็นภาพที่หาที่อื่นมิได้แล้วสวยมากจริงๆ
หมดไปแล้วกับสถานที่ท่องเที่ยวคราวได้ไปท่องเที่ยวในคราวนี้ บอกเลยคุ้มค่าเอามากๆคอยคิดเงินอีกรอบก็จะไปอีก ถ้าหากสหายๆได้ไปละก็จำเป็นจะต้องติดอกติดใจมากแน่นอน

แบกกระเป๋าเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ไม่ยากอย่างที่คิด!!

ทัวร์เกาหลี ประเทศเกาหลีมีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่สวยงามทางด้านวัฒนธรรมและก็การท่องเที่ยวที่มากมาย ซึ่งมีเอกลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรมที่เด่น วันนี้เราจะมาชี้แนะเพื่อนพ้องๆที่จัดกระเป๋าไปเที่ยวประเทศเกาหลีด้วยตัวเอง ว่าควรจะทราบอะไรบ้างเพื่อที่จะได้ไปเที่ยวประเทศเกาหลีได้อย่างสนุกสนานมากยิ่งขึ้น
ในปัจจุบันนี้สายการบินที่ให้บริการไปยังประเทศเกาหลีในจังหวัดกรุงเทพนั้น โดยมากจะบินไปลงอยู่ 3 ท่าอากาศยานร่วมกันคือ สนามบินนานาประเทศอินชอน ซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้, ท่าอากาศยานนานาชาติคิมแฮ เมืองปูซาน ทัวร์เกาหลีราคาถูก และก็ท่าอากาศยานนานาประเทศเชจู เกาะเชจู รวมทั้งที่คนส่วนมากจะไปท่องเที่ยวกันซึ่งก็คือกรุงโซลที่เป็นเมืองหลวงของเกาหลี เนื่องจากว่ามีแหล่งช้อปปิ้งมีห้องอาหารมากมายให้ท่านได้เที่ยว

1. วีซ่า
สำหรับนักเดินทางไทยจะได้รับการละเว้นการตรวจลง ในความหมายนั้นก็คือใครก็ตามที่ถือหนังสือเดินทางไทยก็ไม่ต้องทำเรื่องขอวีซ่าเข้าประเทศเกาหลีใต้นั่นเอง รวมทั้งการเข้ามาในประเทศประเทศเกาหลีคุณสามารถอยู่ในเกาหลีได้ไม่เกิน 90 วันซึ่งจำเป็นต้องไม่มีเจตนาอื่นแฝง มันก็คือมาเพื่อการท่องเที่ยวเพียงเท่านั้น

2. ด่านตรวจคนเข้าเมือง
เวลานี้ด่านตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลีนั้นจะเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนไทยเนื่องจากมีชาวไทยบางกรุ๊ปได้แอบลักลอบเข้าไปดำเนินการอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มีการก่ออาชญากรรมการทำงานรวมทั้งทำของผิดกฎหมายในประเทศประเทศเกาหลี จึงทำให้รัฐบาลของเกาหลีนั้นจำเป็นจะต้องครัดเคร่งในประเด็นการเดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสำหรับผู้ที่จะไปท่องเที่ยวก็จะต้องมีเอกสารการันตีตัวตนไปอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบินขากลับ แนวทางเดินทางท่องเที่ยว และเอกสารการจองที่พัก เพียงแค่นี้คุณก็สามารถผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้แบบเพลิดเพลินใจได้เลย

3. ของที่ห้ามนำเข้าในประเทศเกาหลี
ของที่ห้ามนําเข้าประเทศเกาหลีก็จะมีอยู่หลายสิ่งหลายอย่างก็จะเป็นต้นว่า พืช ผัก ผลไม้ สัตว์น้ำ ยาลดหุ่น สินค้าแปรรูปจากเนื้อสัตว์รวมทั้งอาหารทะเล ยาเสพติด ยารักษาโรคบางชนิด วัตถุลามก ผลิตภัณฑ์ละเมิดลิขสิทธิ์ อาวุธ แล้วก็เงินเกินกว่า 10,000 ดอลลาร์ ฯลฯ เพราะฉะนั้นของต้องห้ามพวกนี้คุณจำเป็นจะต้องห้ามนำเข้าประเทศเกาหลีเด็ดขาด

4. วัฒนธรรมของคนประเทศเกาหลี
ประเทศเกาหลีเขาจะถือในเรื่องของสิทธิบุคคลกันเป็นอย่างยิ่ง อาทิเช่นการถ่ายรูปบุคคลถ่ายรูปเด็กหรือถ่ายรูปคนอื่นก็ห้ามถ่ายเด็ดขาด เนื่องจากถือว่ามิได้รับการยินยอมพร้อมใจนั้นก็จะทำให้ถูกจับแล้วก็เข้าตารางเจ้าตารางได้เลย แล้วเวลาอยู่ในที่สาธารณะคุณก็ไม่ควรที่จะส่งเสียงดัง การกินของกินในร้านค้าฟาสต์ฟู้ดคุณก็ต้องเก็บภาชนะเองให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

5. ของที่จะต้องมีติดกระเป๋า
สิ่งที่คุณควรพกอยู่เสมอเวลาเลยก็คือถ้าหากคุณป่วยหรือมีโรคประจำตัวอยู่ก็ควรจะพกยารักษาโรค ซึ่งถ้ากลัวเอายาขึ้นเครื่องบินไม่ได้ก็ควรจะมีใบรับรองแพทย์ประจำตัวไปด้วย อีกทั้งควรจะมีบัตรเครดิตติดตัวเอาไว้เผื่อยามฉุกเฉิน

6. การเดินทางในประเทศเกาหลี
การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศประเทศเกาหลีนั้นค่อนข้างจะสะดวก ทัวร์เกาหลี เพราะในดูเหมือนจะทุกพื้นที่จะมีรถโดยสารสาธารณะและก็มีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ให้บริการมากกว่า 20 สาย จึงมั่นใจได้เลยว่าคุณจะสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวโน่นนี่โน่นได้อย่างมีความสุขอย่างแน่นอน รถประจำทางนั้นใช้ง่ายดายๆก่อนขึ้นก็แค่แตะบัตรหรือว่าหยอดเหรียญ บนรถก็จะมีป้ายไฟที่วิ่งบอกตลอดว่าอยู่สถานีไหน หรือคุณจะใช้บริการของแท็กซี่ก็สามารถใช้ได้เหมือนกัน

6 เมนูอาหารที่ไปพม่าแล้ว ต้องไปกิน ให้ได้!!

ทัวร์พม่าราคาถูก ไปเที่ยวเมียนมาร์แล้วนอกจากจะท่องเที่ยวชมสถานที่เที่ยวสวยๆหรือไปบูชาบูชาตามวัดต่างๆก็จำต้องอิ่มท้องไปกับอาหารพื้นเมืองของประเทศพม่าที่มีหลายประเภทให้คุณได้ทดลองชิม วันนี้เราจะพามารู้จักกับเมนูอาหารประเทศพม่าที่ขึ้นชื่อลือนามแล้วก็ที่ได้รับความนิยมที่สุด เมื่อคุณมาท่องเที่ยวประเทศพม่าจึงควรมาทดลองรับประทานให้ได้ มาดูกันเลยจ้ะว่ามีอะไรบ้าง
1. Tea Shop เที่ยวพม่า Meal
เป็นของกินที่นิยมทานเล่นเป็นของว่างกัน ชาวพม่าจะนิยมทานกับน้ำชาเพราะเหตุว่าผู้ที่นี่เขาไม่นิยมดื่มกาแฟสักเท่าไหร่ คุณก็เลยจะหาเลี้ยงชีพได้จากร้านค้าน้ำชาต่างๆเมื่อคุณไปประเทศพม่าคุณจะเห็นว่าในเวลาบ่ายของแต่ละวันนั้น ร้านน้ำชาจะเต็มไปด้วยชาวประเทศพม่าที่จะมาดื่มชาและก็ทานของเด็กเล่นกัน โน่นก็เนื่องจากที่นี่ได้รับวัฒนธรรมมาจากคนอังกฤษนั่นเอง
2. Sweet Snack
เป็นอาหารหวานเค้าหน้าน่าทานที่ต่างจากอาหารหวานจากบ้านเรา ซึ่งตรงนี้เขาจะเสิร์ฟมาเป็นถาดจัดเรียงอย่างสวยงามซึ่งจะประกอบไปด้วยขนมหลายประเภท อีกทั้งของหวานเหล่านี้จะไม่มีการใส่ส่วนผสมของน้ำตาลเพื่อความหวาน แต่จำนวนมากนั้นเพราะจะใส่กะทิใหม่ๆแป้งข้าวเจ้าแป้งข้าวเหนียวมันสำปะหลัง และผลไม้จำพวกอื่นเพื่อเพิ่มความหวานนั่นเอง
3. Shan-style Noodles
ของกินจำพวกนี้ก็คือก๋วยเตี๋ยวของเมียนมาร์ ทัวร์พม่า ที่มาเสิร์ฟในจานแบนรวมทั้งมีน้ำซุปรสเผ็ดที่ได้จากการเคี่ยวไก่หรือหมูราดมาให้แบบไม่มากมาย ซึ่งก๋วยเตี๋ยวนี้จะกินกับผักดองจานนับว่าเป็นรายการอาหารง่ายๆซึ่งสามารถอิ่มท้องได้นาน และก็คล้ายกับก๋วยเตี๋ยวบ้านเรานั่นเอง
4. Mohinga
ของกินรายการอาหารนี้จะคล้ายๆกับขนมจีนน้ำยากะทิในบ้านเรานั่นเอง ซึ่งรสก็จะคล้ายๆกันอีกด้วย ซึ่งกวยเตี๋ยวของของกินจำพวกนี้จะมาเสิร์ฟพร้อมทั้งน้ำซุปสมุนไพรที่มีรสชาติกลมกล่อมละมุนละไม มีของเคียงก็คือปลีกล้วยที่หั่นฝอยซึ่งกินแล้วจะให้ความกรุบกรอบเข้ากันได้ดีกับเมนูนี้ เป็นของกินที่ได้รับความนิยมที่คนพม่ามักจะกินกัน
5. Curry
เป็นอาหารลือชื่ออีกเมนูหนึ่งของคนพม่า ซึ่งหาทานได้ง่ายและคงจะอร่อยคนไทยด้วย ซึ่งสิ่งแกงกระหยีนี้จะรสคล้ายๆกับแกงกะหรี่ไทย ซึ่งจะมีกะหรี่หมู ปลา กุ้ง แม้กระทั้งแกะก็ยังมี ซึ่งจะเสิร์ฟพร้อมกับข้าวและสลัดผักทอดในจานเล็กๆพร้อมกับน้ำซุปอีกด้วย
6. Tea Leaf Salad
เป็นอาหารแคลอรี่น้อยรวมทั้งเป็นรายการอาหารทานเล่นประจำชาติของคนพม่าเลยก็ว่าได้ ซึ่งสลัดของพม่านั้นจะต่างจากสลัดธรรมดาเนื่องจากจะมีรสชาติที่ออกเปรี้ยวเผ็ดแล้วก็ขมหน่อยเดียว นั่นก็เนื่องจากว่าสลัดทำมาจากใบชารวมทั้งผสมผสานกับอย่างอื่น เช่น กะหล่ำปลี มะเขือเทศ ถั่วดิน และถั่วลันเตา แล้วนอกเหนือจากที่จะทานเป็นอาหารหวานได้และก็ยังนิยมทานกับข้าวได้อีกด้วย

7 สิ่งที่จะต้องทราบเมื่อไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น!!

ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก คนประเทศไทยนั้นชอบไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกันเยอะแยะ ซึ่งญี่ปุ่นนั้นมีจารีตที่ต่างจากบ้านเรา ก็จะทำให้บางเวลาในบางเรื่องเราอาจไม่ทราบว่าสิ่งไหนควรทำหรือสิ่งไหนไม่สมควรทำ วันนี้เราจึงต้องการจะมาชี้แนะสิ่งที่จำเป็นต้องทราบเมื่อคุณจะท่องเที่ยวญี่ปุ่น ว่าสิ่งไหนควรทำหรือไม่ควรจะทำบ้างมาดูกัน
สิ่งที่จำต้องทราบเมื่อไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น
1. บันไดให้ยืนชิดทางซ้าย
เอาเวลาขึ้นลงบันไดเลื่อนนั้นคนญี่ปุ่นเขาจะยืนชิดซ้ายกัน ส่วนคนไหนกันที่รีบหรือติดธุระด่วนก็จะให้เดินในช่องทางขวา ละเว้นบางพื้นที่อย่างภูมิภาคคันไซคนญี่ปุ่นจะยืนชิดทางด้านขวาและเปิดพื้นที่ด้านซ้ายในการเดินขึ้นลง แม้กระนั้นการเดินหรือยืนชิดซ้ายนั้นไม่เพียงแค่ในเรื่องของบันไดเลื่อนเท่านั้นบนทางเท้าก็ใช้แบบเดียวกัน ญี่ปุ่นจะแบ่งวิถีทางการเดินทางเท้าไว้ได้อย่างแจ่มแจ้ง
2. งดการคุยทางโทรศัพท์
ประเด็นนี้คุณจำเป็นต้องรู้ว่าไว้เป็นอย่างมากยิ่งคนใดกันที่เที่ยวประเทศญี่ปุ่นด้วยตัวเองแล้ว ในขณะที่เดินทางด้วยรถประจำทางหรือรถยนต์โดยสารประจำทางคุณจำเป็นที่จะต้องปิดเสียงโทรศัพท์เอาไว้ คุณจะเห็นได้เลยว่าในการ์ตูนในหนังของประเทศญี่ปุ่นนั้น เวลาผู้แสดงอยู่บนรถไฟก็ชอบใช้วิธีส่งข้อความหากันมากกว่าโทรคุย
3. การต่อคิว
การต่อคิวนั้นถือเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการต่อคิวรอคอยรถยนต์โดยสารประจำทางการเข้าสุขาหรือการซื้อของต่างๆทุกคนควรต้องต่อคิวแบบเดียวกันหมดจะไม่มีการแซงคิวหรือเบียดคิวกันอย่างแน่นอน ดังนั้นถ้าคุณไปญี่ปุ่นและอย่าเที่ยวไปแซงคิวใครกันแน่เขาล่ะ
4. ทัวร์ญี่ปุ่น การกดเปิดปิดประตูลิฟท์
สำหรับการใช้ลิฟต์นั้นถ้าหากผู้ใดเป็นคนที่เข้าไปในลิฟท์เป็นคนแรก ก็จะจัดว่าคนนั้นจะต้องเป็นคนกดเปิดปิดลิฟท์ให้บุคคลอื่น ถึงชั้นที่เราจะลงก็ต้องให้ผู้อื่นออกก่อนถึงจะออกเป็นคนสุดท้าย
5. เวลาจ่ายเงิน
ถ้าหากไปซื้อของตามร้านในประเทศญี่ปุ่นเขาจะมีถาดเตรียมไว้สำหรับชำระเงินโดยยิ่งไปกว่านั้น เที่ยวญี่ปุ่น เพื่อความสบายแก่บุคลากรและไม่ให้เงินลูกค้าปนกัน ในเวลาที่พนักงานได้รับเงินแบงค์ใหญ่มาก็จะกล่าวย้ำกับลูกค้าว่าได้เงินมาเยอะแค่ไหนพร้อมด้วยโชว์ให้เห็น
6. ถ้าหากมีลูกค้าอยู่คุณควรต้องคอยต่อแถว
เมื่อได้เข้าไปในร้านแล้วต้องการจะถามไถ่บุคลากร แม้กระนั้นถ้าหากว่าในช่วงเวลานั้นบุคลากรกำลังให้บริการกับลูกค้าผู้อื่นอยู่ คุณก็จำเป็นจะต้องคอยกระทั่งบุคลากรจะบริการลูกค้าคนนั้นเสร็จซะก่อนถึงจะซักถามบุคลากรได้ โดยเหตุนี้คุณอย่าเข้าไปแทรกเพื่อที่จะถามไถ่เพราะถ้าหากไม่เช่นนั้นจะเป็นการเสียมารยาทมากมายๆอย่างยิ่งจริงๆ
7. อย่าพูดคุยเสียงดังในที่สาธารณะ
คนญี่ปุ่นเขาจะให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมากมายๆยิ่งเฉพาะพื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่ที่ทุกคนในสังคมใช้ร่วมกัน สำหรับการสนทนากันจึงจึงควรเกรงใจคนที่อยู่รอบข้างอย่างยิ่ง ก็เลยไม่ควรที่จะพูดคุยเสียงดังหรือแผดเสียงก่อกวนคนอื่นๆ

บินลัดฟ้าท่องเที่ยวแดกู(Daegu)มีที่เที่ยวที่แห่งใดบ้างนะ!

เที่ยวเกาหลี ดำเนินงานอ่อนล้าร่างกายเหน็ดเหนื่อย แน่ๆว่ามนุษย์เราเมื่อทำงานมาเยอะแยะและอยากได้ที่จะเติมพลังชีวิตกันบ้าง ในขณะนี้พลังชีวิตผู้ใดกันแน่ใกล้จะหมดบ้างแล้วค่ะ? ถ้าเกิดกำลังจะหมดแล้วก็อยากจะเชิญชวนทุกคนมาเพิ่มเติมพลังด้วยการจัดกระเป๋าไปเกาหลีโดยเร็ว! ซึ่งสำหรับเพื่อการที่จะท่องเที่ยวในครั้งนี้มิได้จะท่องเที่ยวกรุงโซลกันนะจะ แต่ว่าพวกเราจะไปเที่ยวเมืองแดกูที่เป็นสถานที่เงียบสงบบรรยากาศดี เล่ามาชะขนาดนี้เริ่มอยากไปแล้วใช่ไหมล่ะ ถ้างั้นไปกันเลย!
1. สวนสนุก E-World
ที่แรกที่เราจะมานั้นก็เป็น สวนสนุก E-World เป็นจุดท่องเที่ยวยอดฮิตเอามากๆหากว่าคนไหนที่อายุเยอะแยะแล้วกังวลใจว่าจะเข้าได้ไหม ก็ไม่ต้องเป็นห่วงจ้ะเพราะเข้าได้อย่างแน่แท้ สวนสนุกที่นี้เค้ามีเครื่องเล่นมากไม่น้อยเลยทีเดียวตั้งแต่เด็กๆยันผู้ใหญ่อย่างยิ่งจริงๆ อย่างนี้อาจเล่นไม่ครบแน่นอน ก็ไม่แปลกเท่าไรด้วยเหตุว่าที่นี่เค้าติดท็อป 3 สวยสนุกสนานที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีอีกด้วย เด็ดมากเลยทีเดียว
2. Palgongsan Cherry ทัวร์เกาหลีราคาถูก Blossom Rosd
เมืองแดกูเป็นเมืองที่เหมาะสมกับการมาเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิเอามากๆเลย เพราะเหตุว่าที่นี่มีจุดชมดอกซากุระสวยๆมากไม่น้อยเลยทีเดียว กระทั่งคนเมืองที่นี้ได้จัดงานเทศกาลดูดอกซากุระในช่วงฤดูใบ้ไม้ผลิเลยชะเลย! ผู้ใดกันที่มีโอกาสมาเที่ยวก็อย่าลืมมาดูดูดอกซากุระสีชมพูหวานที่เมืองแดกู บอกเลยว่าสวยไม่แพ้ที่อื่นๆแน่ๆ
3. Daegu Dongseongno Street
เอาละถัดมาก็จะเป็นแหล่งช้องปิ้งที่มีพร้อมเลยละ ไม่ว่าจะเป็นร้านบูติก เครื่องแต่งตัวค ห้องอาหาร รวมทั้งโรงหนังอีกด้วย ด้วยเหตุว่าแบบก็เลยทำให้แปลงเป็นที่รู้สึกชื่นชอบของเหล่าวัยรุ่นและก็ทุกคนอย่างมาก แหมจะไม่ให้ถูกใจได้ยังไงละขามีครบเครื่องชะขนาดนี้ บวกกับมาเดินที่นี่ก็จะได้อารมณ์เสมือนอยู่เมียงป่าดงด้วย แล้วยังเป็นแหล่งช้อปที่ใหญ่มากยิ่งกว่าเมียงป่าอีกด้วยจ้าทุกคน
4. Seonam Market
ตลาดพื้นเมืองของแดกูที่อารมณ์คล้ายตลาดบ้านพวกเรา ซึ่งมีคนบอกว่าถ้าหากอยากรู้ว่าบ้านเมืองไหนเป็นอย่างไรให้ลองไปตลาดดู ทัวร์เกาหลี นั่นละค่ะถ้าหากว่าอชูลองสัมผัสวิถีชีวิตของคนที่นี่ก็จะต้องมาท่องเที่ยวที่ตลาดซอนัมอา ที่มีทุกอย่างคนใดที่อยากมากินอาหารรสเกากลีแท้ๆก็จะต้องแวะมากินดู ซึ่งบอกเลยว่ามีให้เลือกมาก ระวังน้ำหนักขึ้นเอานะถ้าเกิดรับประทานมาก
ได้ท่องเที่ยวแดกูรู้สึกยังไงกันบ้างค่ะทุกคน ซึ่งที่ได้พามาเที่ยวนอกมองดูนี้ก็เพราะว่าคนใดกันที่บางครั้งก็อาจจะเบื่อโซลแล้วอยากหาอะไรใหม่ๆเที่ยวบ้าง ก็ลองมาท่องเที่ยวนอกเมืองบ้างนะคะบอกเลยว่ามีสถานที่ในแดกูที่น่าท่องเที่ยวเยอะมากเลยจ๊ะขอบอก จะต้องทดลองไปดูแล้วจะทราบดีว่ามันดีจริง

ทิป 6 เมืองเกาหลี!ในหน้าหนาวสุดฟิน!

เที่ยวเกาหลี คิดจะไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีหรือจะไปกับทัวร์ประเทศเกาหลีแล้วละก็ แนะนำให้ท่องเที่ยวในฤดูหนาวของประเทศเกาหลีเลย ทัวร์เกาหลี ด้วยเหตุว่าคุณจะได้เห็นทิวทัศน์งามๆในเทศกาลรับลมหนาวจำนวนมากของประเทศเกาหลีซึ่งบอกได้เลยว่ามันจะพลาดมิได้จริงๆแถมยังได้ไปสัมผัสความหนาวที่เกาหลีที่จะต้องบอกเลยว่าบรรยากาศไม่แพ้ทางยุโรปเลย แถมราคาก็ถูกมากยิ่งกว่าอีกด้วย วันนี้เราจะพามาเที่ยวเมืองที่น่าดึงดูดกัน จะมีเมืองอะไรบ้างตามมาจ้ะ
1. โซล (Seoul)
เป็นเมืองหลวงของเกาหลีใต้ และในตอนหน้าหนาวตรงนี้จะกลายเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวที่สุด เนื่องจากด้วยความหนาวที่ติดลบทำให้สถานที่เที่ยวงามๆอย่างนี้เต็มไปด้วยหิมะ แถมยังมีลายสเก็ตน้ำแข็งกลางแจ้งให้เล่นกันบันเทิงใจๆอีกด้วย และในช่วงปีใหม่ที่เกาหลียังมีคอนเสริร์ตจากนักร้องชั้นแนวหน้าล้นหลาม แต่ว่าหากคุณเป็นสายกินก็ต้องห้ามพลาดเทศกาลของกินหน้าหนาวในเขตเมืองเก่า ที่มีอีกทั้งเกาลัดคั่วรวมทั้งมันเผาหวานๆแสนอร่อย
2. ชุนชอน (Chuncheon)
คือเกาะนามิที่อยู่กลางแม่น้ำตั้งอยู่ในเขตเมืองนี้นั้นเอง แล้วก็ในช่วงฤดูหนาวทุกสิ่งทุกอย่างบนเกาะนี้จะเต็มไปด้วยหิมะ และด้วยความหนาวจัดก็เลยจะก่อให้น้ำแปลงเป็นแผ่นน้ำแข็งใหญ่ แล้วก็ทำให้ป่าแถวนี้เปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน
3. พยองชาง (Pyeongchang)
เป็นเมืองที่โด่งดังอีกเมืองหนึ่ง เพราะด้วยพื้นที่ในซอกเขานี้ที่นี้ก็เลยเปลี่ยนเป็นเมืองแห่งลานสกี คุณจะได้สัมผัสกับการเล่นสกีแบบประเทศเกาหลีที่มีอีกทั้งลานเล็กๆลานหัดเล่นหรือลานสูงใหญ่บนภูเขา จริงๆที่นี่มิได้มีดีแค่สกรีในหน้าหนาวเพียงแค่นั้น ซึ่งเมืองนี้เขามีเทศกาลตกปลาในน้ำแข็งกึ่งกลางแม่น้ำซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั้งโลกเช่นเดียวกัน
4. โพชอน (Pocheon)
เป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับพยองชาง เที่ยวเกาหลี ในเมืองนี้มีซอกเขามากไม่น้อยเลยทีเดียวที่มีความสลับซับซ้อน ยิ่งในฤดูหนาวของเกาหลีในโพชอนเมืองนี้ก็จะยิ่งงดงามยิ่งขึ้นเมื่อถูกปกคลุมด้วยหิมะ แล้วก็มีโรงแรมมากมายก่ายกองที่เปิดให้บริการในฤดูหนาว
5. ยงอิน (Yongin)
ถ้าหากว่าไม่ต้องการที่จะอยากเดินทางไปไหนไกลจากกรุงโซลมากสักเท่าไรนัก เมืองยงอินก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีในการท่องเที่ยวในฤดูหนาว นอกเหนือจากที่จะมีทิวทัศน์ทิวทัศน์ที่งดงามแล้วเมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลีด้วย แล้วคุณก็ไม่สมควรจะพลาดกับการที่จะเข้าไปเล่นเครื่องเล่นที่มีเฉพาะในช่วงหิมะตกอย่างลานสกี
6. อาซัน (Asan)
อาซันเป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ด้านตะวันตกของประเทศเกาหลีใต้ ถึงจะไม่ค่อยมีเทือกเขาหรือป่าที่ไม่น่าท่องเที่ยวเสมือนเมืองอื่นๆแต่ว่าตรงนี้ก็มีบ่อน้ำพุร้อนที่เกิดจากธรรมชาติ เมืองนี้ก็เลยแปลงเป็นเมืองแห่งบ่อน้ำพุร้อนและสปาของเกาหลี สปาน้ำพุร้อนจำนวนมากของตรงนี้จะเปิดโล่งเพื่อรับอากาศข้างนอก นั่นจะก่อให้คุณได้สัมผัสกับการแช่น้ำร้อนในพื้นที่โล่งแจ้งพร้อมทั้งชมทิวทัศน์ทิวภาพของหิมะไปในตัวด้วย
และก็ทั้ง 6 เมืองนี้เป็นสุดยอดที่เที่ยวในประเทศเกาหลีในช่วงฤดูหนาว ที่เราได้คัดสรรสถานที่ที่น่าเที่ยวมาเพื่อให้คุณได้ท่องเที่ยวแบบจุใจ คุณเริ่มอยากที่จะไปเที่ยวเกาหลีหรือยัง

5 ที่เที่ยวเมืองนอก คุ้ม มัธยัสถ์ ที่ประเทศพม่า

ทัวร์พม่า จะท่องเที่ยวต่างประเทศแต่ต้องการไปแค่วันสองวันเพียงแค่นั้น เสนอแนะว่าให้เที่ยวกันที่ประเทศพม่าซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆกับพวกเรานี่เอง ไม่ควรพลาดสำหรับเพื่อการไปสัมผัสสักครั้งไม่ว่าจะเป็นวัดวาอารามอารมที่สวยหรือธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทัวร์พม่าราคาถูก ทั้งสำหรับการไปเที่ยวไปก็ไม่ต้องขอวีซ่าแถมยังบินไปกลับไม่นานเดี๋ยวเดียวก็ถึง ถึงแม้ว่าจะไปไม่กี่วันแล้วเป็นแค่ทริปสั้นๆแม้กระนั้นบอกเลยว่าคุ้มค่าดีต่อดวงใจแน่นอน เรามาดูดีกว่าว่าประเทศพม่านั้นมีที่แห่งไหนน่าเที่ยวบ้าง ตามมา!!
1. มหาเจดีย์ชเวดากอง กรุงย่างกุ้ง
(Shwedagon Pagoda, Yangon)
เป็นมหาเจดีย์ที่ชาวพม่าเคารพสูงสุด ทัวร์พม่า บอกว่าเจดีย์นี้ได้ใส่พระเกศาธาตุรวม 8 เส้นของพระพุทธเจ้าซึ่งมีประวัติดั้งเดิมมากยิ่งกว่า 2000 ปี ด้วยเหตุว่าอย่างนี้ที่นี่ก็เลยกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมียนมาร์ที่มีการยกย่องศรัทธาแล้วก็บูชากัน ตรงนี้ก็เป็นสถานที่ยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งที่คนประเทศไทยส่วนมากชอบมาสวดมนต์ไหว้พระขอพรกัน แล้วมีข่าวสารว่าขอพรแม่นมากด้วยละ
2. พระมหามัยมุนี แห่งมัณฑะเลย์
(The Mahamuni Buddha, Mandalay)
เป็นพระพุทธรูปสำริดที่ทรงเครื่องแบบกษัตริย์ในรูปของปางมารวิชัย ซึ่งพุทธรูปองค์นี้ได้ผลิตขึ้นในตอนพ.ศ. 688 ซึ่งได้ถูกสารภาพลักษณะนามว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะที่งดงามที่สุดองค์หนึ่ง อย่างนี้จะต้องไปให้ได้แล้วไม่อย่างนั้นพลาดห่วย
3. หาดซวงทา เมืองปะเต็น เขตอิระวดี
(Chaung Tha Beach, Pathein, Ayeyarwaddy Region)
หาดแห่งนี้พึ่งจะเปิดตัวได้ไม่นานอยู่ในเขตหมู่บ้านชวงทา ซึ่งในตอนนี้ก็มีรีสอร์ทติดทะเลที่กำลังมาแรงและก็ได้รับความนิยมอยู่มาก อีกทั้งที่นี้ยังมีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารทะเลที่สดแล้วยังสามารถต่อรองราคาได้ แล้วที่สำคัญยังเป็นชายหาดที่เดียวในประเทศพม่าที่มีเจดีย์ตั้งอยู่ชายหาด
4. ชายหาดฮเวซวง เมืองปะเต็น เขตอิระวดี
(Ngwe Saung Beach, Pathein, Ayeyarwaddy Region)
เป็นริมทะเลที่เป็นที่รู้จักห่างจากเมืองปะเต็นไปทางทิศตะวันตกราว 48 กม. เป็นหาดทรายที่ขาวสะอาดมีน้ำสมุทรที่ฟ้าใส ทั้งยังยังเงียบสงบรวมทั้งราคาบ้านพักถูกด้วย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับผู้ที่เกลียดชังคนเยอะ
5. มหาเจดีย์ชเวซิกอง เมืองพุกาม
(Shwezigon Pagoda, Bagan)
เป็นเจดีย์ที่ตั้งอยู่บนผืนทราย เจดีย์ศิลปะมอญทรงระฆังคว่ำสีทองขนาดใหญ่ซึ่งภายในนั้นได้ถูกใส่ก็พระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า เริ่มสร้างในปี พ.ศ. 1627 แต่มาสร้างสำเร็จในปี พุทธศักราช 1656 พระเจดีย์นี้นับว่าเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมด้านเจดีย์ของพม่าในยุคต่อๆมาอีกด้วย
บอกเลยว่าสถานที่ที่ได้ชี้แนะไปนั้นหากต้องการรู้ว่างามมากมายขนาดไหน จึงควรลองท่องเที่ยวกันดู บอกเลยว่าถ้าหากได้ไปแล้วมันจะคุ้มค่ากับการไปเที่ยวอย่างแน่นอ